Category: อาหารผลไม้ภาคอีสาน

  • ย่านเก่าวังกรด

    ย่านเก่าวังกรด สัมผัสเสน่ห์ตลาดชุมชนเก่าสมัย รัชกาลที่ 5

    ย่านเก่าวังกรด สัมผัสเสน่ห์ตลาดชุมชนเก่าสมัย รัชกาลที่ 5 

    เมื่อมาเยือนดินแดนถิ่นชาละวัน เมืองพิจิตรแล้ว อย่าลืมหาเวลาไปสัมผัสกับเสน่ห์ของชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 หนึ่งในย่านการค้าสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพิจิตร นั่นคือ ย่านเก่าวังกรด ที่นี่มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจอย่างมาก เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่พลาดไม่ได้ แต่เดิมบริเวณชุมชนวังกรดมีชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย

    และตลาดวังกรด กลายเป็นตลาดที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น มีร้านค้า ขายสินค้ามากมาย แต่เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ตลาดวังกรดถูกโจมตีด้วยระเบิด จึงต้องเลิกกิจการไป ต่อมาเมื่อสงครามสงบหน่วยงานต่าง ๆ จึงกลับมารื้อฟื้นนำความเจริญกลับมาสู่ตลาดวังกรดอีกครั้ง

    ขอบคุณที่มา : sanook

  • เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี ต้มข่าไก่ ที่มีส่วนผสมของหัวปลี ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี เคล็ดลับการทำต้มข่าไก่ เมนูต้มข่า การต้มข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ในขั้นตอนแรก ให้ใช้ไฟอ่อนๆ ต้มให้ความหอมของสมุนไพร ค่อยๆออกมา หากใช้ไฟแรง ความหอมของสมุนไพรจะออกมาไม่เต็มที่ ไม่น่ารับประทาน
    หัวปลี เทคนิคการเลือกหัวปลี ให้เลือกหัวปลีที่มีขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป
    การล้างหัวปลี เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพราะ หัวปลีมียาง ต้องล้างให้ยางออกให้หมดก่อน จึงจะทำให้หัวปลีไม่ฝาด และ นุ่ม โดย เทคนิคการล้างหัวปลี ให้ เอาน้ำเปล่า ผสม น้ำมะนาว และ เกลือ และ แกว่งสารส้ม นำกาบอ่อนหัวปลีลงไปล้างให้สะอาด ให้ยางออกหมด จากนั้นนำมาล้างให้สะอาด อีกครั้งด้วยน้ำเปล่า จะได้หัวปลีที่เหมาะสำหรับนำมาทำ ต้มข่าหัวปลี
    การเลือกเนื้อไก่ ให้เลือกเนื้อไก่ที่สดๆ โดยวิธีเลือกซื้อเนื้อไก่ที่สด ให้ดูลักษณะของสีของเนื้อไก่ เป็นสีชมพู เนื้อแน่น กดแล้วเด่ง ไม่มีสีเขียวหรือม่วง และ ไม่มีกลิ่นเน่า
    ใบมะกรูด ให้ ฉีกเอาส่วนของแกนใบออก เนื่องจากแกนใบเป็นส่วนที่ให้รสขม ไม่น่ารับประทาน
    น้ำตาล ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้่ำตาลปี๊บ หวานหอม เหมาะสำหรับทำแกงไทย
    การเลือกกะทิ ให้เลือกใช้น้ำกะทิที่คั้นสด เพราะ ความหอมของกะทิสด มีความอร่อย แตกต่างจาก น้ำกะทิสำเร็จรูป แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ เรื่องการรักษาความสะอาด ของน้ำกะทิ
    การปรุงรสเปรี้ยว ด้วยมะนาว ให้ปรุงในขั้นตอนสุดท้าย ปิดไฟก่อนจึงปรุงรสเปรี้ยว เพราะ หากใส่น้ำมะนาวขณะที่น้ำเดือดๆความร้อนจะเปลี่ยนรสเปรี้ยวดเป็นรสขม
    มะเขือเทศ ให้หั่นด้วยมีดที่คมๆ ล้างไส้มะเขือเทศออกมาด้วย ในการต้มมะเขือสำหรับเมนูต้มข่า ให้ใส่มะเขือในขั้นตอนสุดท้าน เพราะ หากต้มมะเขือเทศนาน มะเขือจะเละ ไม่น่ารับประทาน

    เมนูกะทิต้มข่าหัวปลี

    ส่วนผสม

    เนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ 1 จาน (เนื้อน่อง)
    หัวปลี 1 หัว
    หางกะทิ 2 ถ้วยตวง
    น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
    ข่าอ่อน 1 หัว ซอยบางๆ
    ตะไคร้ 1 ต้น นำมาหั่นเป็นท่อนๆ
    ใบมะกรูด 4 ใบ
    พริกขี้หนูสวน นำมาบดหยาบๆ 1 ช้อนโต้ะ
    ผักชีฝรั่งซอย 1 ต้น
    เห็ดฟาง 5 ดอก นำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
    มะเขือเทศ 1 ลูก นำมาหั้นเป็นชิ้น
    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
    หัวน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
    ซุปกระดูกไก่ 1 ถ้วยตวง
    พริกทอด 3 เม็ด

    วิธีทำ

    เริ่มจากการเตรียมหัวปลีก่อน โดยนำเอาเฉพาะส่วนกาบอ่อน และ หั่นให้เป็นขั้นขนาดพอดีคำ โดยล้างให้สะอาก ด้วยน้ำเปล่า ผสมเกลือ และ แกว่งสารส้ม ล้างหัวปลี และ ล้างน้ำเปล่าอีกครั้งหนึ่ง
    ตั้งหม้อต้มน้ำ ต้มน้ำซุปให้เดือด จากนั้นอ่อนๆไฟลง ใส่ ข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ลงไปต้ม ให้หอม จากนั้นใส่เนื้อไก่ และ กาบอ่อนหัวปลี เห็ดฟาง ลงไป
    ปรุงรสด้วย หัวน้ำปลา และ น้ำตาลปี๊บ ชิมรสชาติให้ขาดเปรี้ยวเอาไว้
    ใส่ หางกะทิ ลงไป ตามด้วย พริกขี้หนูสวน และ มะเขือเทศ หรี่ไปให้อ่อนลง ระวังอย่าให้กะทิแตกมัน
    ปิดไฟ และ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งและพริกทอด เพียงเท่านี้ก็เสร็จ พร้อมรับประทาน…

  • ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี

    ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี ปลาหมึกต้องเลือกใช้ปลาหมึกสดๆ ขนาดพอดี ไม่ใหญ่ หรือ เล็กเกินไป

    ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี

    ต้มส้มปลาหมึกสูตรแม่มณี ปลาหมึก แหล่งโปรตีนที่มีแร่ธาตุมากมาย ไม่น้อยเลยทีเดียวแต่ก็มีคาร์โบไฮเดรด และคอเลสตอรอลอยู่ด้วยเช่นกัน จึงไม่ควรทานบ่อยๆ หรือไม่ควรทานในปริมาณมาก ๆ อาจทำให้คอเลสตอรัลขึ้นสูงได้ ทานอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง กำลังพอเหมาะค่ะ

    เคล็ดลับ  ปลาหมึกต้องเลือกใช้ปลาหมึกสดๆ ขนาดพอดี ไม่ใหญ่ หรือ เล็กเกินไป เทคนิคการเลือกปลาหมึกสดๆ คือ เลือกปลาหมึกที่เนื้อขาว ลักษณะของเนื้อแน่น เด้งตึง น้ำแช่ปลาหมึกใส ลักษณะของปลาหมึกสมบรูณ์ ไม่มีกลิ่นเน่า หรือ สีผิดปรกติ
    การเตรียมปลาหมึก ให้ล้างปลาหมึกให้สะอาด ล้างหลายๆน้ำ เอากระดอง และ หมึกออก หากไม่เอาออก น้ำแกงจะเป็นสีดำ ไม่น่ารับประทาน


    การปรุงอาหารด้วยปลาหมึก เนื่องจากเนื้อปลาหมึกหากสุกเกินไป จะทำให้เนื้อแข็งกระด้าง และ ไม่หวาน การทำอาหารที่มีปลาหมึก ต้องให้ปลาหมึกสุกพอดี โดยสำหรับเมนูนี้ ให้ใส่ปลาหมึกขั้นตอนสุดท้าย เพื่อที่เราจะสามารถกะประมาณความสุขของเนื้อปลาหมึกได้อย่างพอดี
    เสน่ห์ของต้มส้มปลาหมึก ต้องได้ความหวานของน้ำแกงจากปลาหมึกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรลวกน้ำปลาหมึกทิ้ง ให้ใส่ปลาหมึกลงในแกง ให้คลายความหวานของเนื้อปลาหมึกเองเลย
    ใบมะกรูด แกนใบจะให้รสขม ดังนั้นให้ฉีกใบเอาแกนใบออกก่อนนำมาต้มแกง
    การต้มสมุนไพรขั้นตอนแรกสำคัญ ต้องใช้น้ำเดือด และ ไฟอ่อน ให้สมุนไพร ค่อยๆคลายความหอม จากน้ำมันหอมระเหยของตัวสมุนไพร อย่าง ข่า ตะไตร้ และ ใบมะกรูด หากเราใช้ไฟแรงเลย น้ำมันหอมระเหยจะระเหยจนทำให้น้ำแกงไม่มีรสหอมจากสมุนไพรเลย เสียรสชาติของอาหาร
    รสเปรี้ยวของเมนูนี้ จะได้ความเปรี้ยวจากใบมะขามอ่อน หากความเปรี้ยวไม่พอ ให้เลือกเพิ่มความเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก

    ส่วนผสม

    ปลาหมึกกล้วย 4 ตัว หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
    ข่า 1 หัว หั่นเป็นแผ่นหนาๆ
    ตะไคร้ 1 ต้น
    หอมหัวแดง 5 หัวบุบพอแตก
    ใบมะกรูด 6 ใบ
    พริกขี้หนูสวน 10 เม็ดบุบพอแตก
    ใบมะขามอ่อน 1 กำมือ
    น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำเปล่า 2 ถ้วย
    ต้นหอมซอบหยาบๆ 1 ต้น
    ผักชีฝรั่ง 1 ต้น ซอยหยาบๆ

    วิธีทำ

    เริ่มจากเตรียมเครื่องสำหรับทำต้มส้มให้พร้อมก่อน โดยเฉพาะ ปลาหมึก ต้องล้างให้สะอาด เพื่อไม่ให้คาว
    เริ่มทำโดย ตั้งหม้อต้มน้ำเปล่าให้เดือด จากนั้นเมื่อน้ำเดือด ให้ลดไปเป็นไฟอ่อนๆ ใส่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และ หอมแดงลงไปต้ม ค่อยๆต้มด้วยไฟอ่อนให้หอม
    จากนนั้นใส่ใบมะขามอ่อนลงไป และ ปรุงรสด้วย น้ำปลา พริกขี้หนูสวน และ น้ำตาลทราย เมื่อได้รสชาติกลมกล่อม
    ให้ใส่ปลาหมึกลงไปต้ม ไม่ต้องต้มนาน เดี๋ยวปลาหมึกแห้งและแข็ง เมื่อปลาหมึกได้ที่ จึงปิดไฟ และ ใส่ต้นหอมและผักชีฝรั่ง

    ปลาหมึกเป็นอาหารทะเล และ ในอาหารทะเลมีไอโอดีนอยู่สูงถึง 54 ไมโครกรัมต่ออาหารที่กินได้ 100 กรัม ถึงแม้ว่าธาตุไอโอดีนจะเป็นธาตุที่ร่างกายต้องการน้อยมาก แต่หากได้รับไม่เพียงพอจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอย่างมากมายทีเดียว ซึ่งโรคที่เกิดจากการขาดสารไอโอดีน เช่น โรคคอหอยพอก สมองทำงานไม่ปกติ พัฒนาการ และการเรียนรู้ช้า และหากในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ได้รับไอโอดีนน้อยเกินไป ลูกในท้องก็อาจจะเติบโตช้า และเสี่ยงต่อภาวะพิการ…

  • แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด เปิดตับหรับ อาหารไทย ชาววัง

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด กุ้งแม่น้ำ ให้เลือกกุ้งตัวโตๆหน่อย จะได้เนื้อมากๆ และ เลือกกุ้งที่สดใหม่ โดย เทคนิคการเลือกกุ้ง ให้เลือกกุ้งที่มีความสมบรูณ์ เปลือกไม่หลุดจากตัว หัวไม่หลุด เนื้อแน่น และ ไม่มีกลุ่นเน่า
    เทคนิคการทำอาหารประเภทกุ้ง เนื่องจากเนื้อกุ้ง หากทำให้สุกเกินไป เนื้อกุ้งจะแข็งกระด้าง ไม่น่ารับประทาน การทำเนื้อกุ้ง ให้ย่างให้สุกพอประมาณ ไม่ให้กุ้งสุกเกินไป
    เนื้อกุ้งให้หั่นให้มีขนาดพอดีคำ เพื่อความสะดวกในการรับประทาน
    สำหรับคนที่ไม่ชอบกินเผ็ด สามารถเอาพริกออกจากส่วนผสมได้
    ใบมะกรูด ส่วนแกนใบเป็นส่วนที่มีรสขม ให้นำแกนใบออกก่อน และ ส่วนเนื้อใบมะกรูด เป็นส่วนที่ให้กลิ่นหอม ให้นำมาซอยให้ออกกลิ่นหอม
    รสชาติของน้ำยำ เมนูนี้ จะ หอม หวาน เค็ม เปรี้ยว และ อ่อนเผ็ด

    แสร้งว่ากุ้งสูตรเด็ด

    ส่วนผสม

    กุ้งแม่น้ำ 3-4 ตัว
    ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต้ะ
    หอมแดงซอย 2 ช้อนโต้ะ
    พริกขี้หนูสวน 2 ช้อนโต้ะ ซอยเฉียงๆ
    ใบมะกรูดซอย 2 ช้อยนโต้ะ
    ขิงซอย 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต้ะ
    น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
    น้ำมะนาว 2 ช้อนโต้ะ

    วิธีทำ

    เริ่มจากการนำกุ้งแม่น้ำ ไปย่างให้สุก จากนั้นแกะเปลือก และ นำเนื้อกุ้งมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ
    เตรียมปรุงน้ำยำ โดย ใส่ น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำตาลทราย และ น้ำมะนาว ให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
    ใส่ เนื้อกุ้งย่าง ขิง ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนูสวน และ เนื้อกุ้ง นำมาคลุกเคล้ากับน้ำยำให้ส่วนผสมเข้ากัน
    เสริฟ ยำใส่จาน จัดหน้าให้สวยงาม พร้อมรับประทาน…

  • พล่าหนวดปลาหมึกสูตรละมุนลิ้น

    พล่าหนวดปลาหมึกสูตรละมุนลิ้น เมนูกับแกล้มชั้นดี แบ่งปันสูตรแบ่งปันความอร่อย

    พล่าหนวดปลาหมึกสูตรละมุนลิ้น  หนวดปลาหมึกที่สดใหม่  เนื้อแน่น อร่อย หวาน

    พล่าหนวดปลาหมึกสูตรละมุนลิ้น  หนวดปลาหมึก ต้องใช้ หนวดปลาหมึกที่สดใหม่ จะทำให้ได้ หนวดปลาหมึก ที่อร่อย หวาน เนื้อแน่น
    การเตรียมอาหารสำคัญ การล้างหนวดปลาหมึก ต้องล้างให้สะอาด อย่าให้เหลือเมือกของปลาหมึก เนื่องจากจะทำให้คาว
    การลวกหนวดปลาหมึก นั้นให้ใช้น้ำเดือดจัด ลวกไม่ต้องนาน เนื่องจากหากลวกนาน หนวดปลาหมึกจะแข็ง และเหนียว ไม่อร่อย

  • สูตรส้มตำซั่วปูปลาร้า

    สูตรส้มตำซั่วปูปลาร้า เมนูอาหารอีสานแบบบ้าน ๆ เปิดครัวไทยเติมความแซ่บได้ทุกมื้อ

    สูตรส้มตำซั่วปูปลาร้า เมนูอาหารอีสานแบบบ้าน ๆ

    สูตรส้มตำซั่วปูปลาร้า ใครชอบส้มตำปูเป็นทุนเดิม อยากให้ลองเพิ่มเส้นขนมจีนและแคบหมูลงไปหน่อย เติมความเผ็ดตามชอบ ที่ขาดไม่ได้เลยคือน้ำปลาร้านัว ๆ นั่นเอง

    ส่วนผสม ส้มตำซั่วปูปลาร้า
    พริกสด ตามชอบ
    กระเทียม ตามชอบ
    มะเขือเปราะ 1 ลูก
    มะเขือเทศ 1 ลูก
    ขนมจีน 3 จับ
    เส้นมะละกอ 1 กำ
    ปูเค็มลวก 1 ตัว
    แคบหมูกรอบ 1 ถ้วย
    น้ำปลาร้าต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมะนาว 1+1/2 ลูก
    น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
    น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา

    วิธีทำส้มตำซั่วปูปลาร้า
    1. ตำพริกและกระเทียมให้พอแตก ฝานมะเขือเปราะใส่ลงไป ตามด้วยเส้นมะละกอ ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะนาว ตำให้เข้ากัน
    2. ใส่ปูเค็มลงไป ตำให้พอแหลก สุดท้ายใส่เส้นขนมจีนลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน โรยแคบหมู ตักใส่จาน

    บาคาร่า

  • สูตรลาบหมู

    สูตรลาบหมู สูตรอาหารอีสาน รสเด็ดแซ่บนัว

    สูตรลาบหมู ในเมื่อมีเมนูส้มตำแบบเบา ๆ แล้วก็มาเติมเต็มความอิ่มกันด้วยเมนูลาบหมูสักหน่อย อีกหนึ่งเมนูที่จะขาดไปไม่ได้เลยกับเสน่ห์กลิ่นข้าวคั่วหอม ๆ เคล้ากับเนื้อหมูรวนสุก โรยใบสะระแหน่ จกกับข้าวเหนียว หรือข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยนักแล ยิ่งในสมัยนี้ทำกินเองง่ายมาก ๆ เพราะมีผงปรุงลาบ-น้ำตกวางขายกันให้เกลื่อน !

    สิ่งที่ต้องเตรียม

    • เนื้อหมูสับ 200 กรัม
    • หอมแดงซอย 1 หัว
    • ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
    • ใบสะระแหน่ สำหรับโรยหน้า
    • น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว สำหรับปรุงรส
    • พริกป่น ปริมาณตามชอบ
    • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำลาบหมู

    1. ใส่น้ำลงในหม้อเล็กน้อย นำขึ้นตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่เนื้อหมูสับลงไปรวนจนสุก ยกลงจากเตา
    2. ใส่หอมแดง ต้นหอมซอย และใบสะระแหน่ลงในหม้อ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และพริกป่น คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เติมข้าวคั่ว จากนั้นเคล้าผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ  บาคาร่า

  • สูตรส้มตำข้าวโพดกุ้งสด

    สูตรส้มตำข้าวโพดกุ้งสด สูตรอาหารอีสาน รสเด็ดแซ่บนัว

    สูตรส้มตำข้าวโพดกุ้งสด สูตรอาหารอีสาน

    สูตรส้มตำข้าวโพดกุ้งสด เปิดประเดิมอาหารอีสานด้วยเมนูส้มตำกันก่อนเลยดีกว่า เพราะนึกถึงอาหารอีสานทีไรก็ต้องส้มตำเป็นอันดับแรก แต่จานนี้ขอเสิร์ฟเป็นส้มตำไทยไข่เค็ม เผื่อว่าคนที่ไม่กินปลาร้า หรือไม่กินปู ก็สามารถแซ่บนัวไปด้วยกันได้

    หมายเหตุ : ส้มตำไทยใส่ไข่เค็ม (1 ฟอง) 1 จาน ให้พลังงานโดยประมาณ 130 กิโลแคลอรี

    ส่วนผสม ส้มตำไข่เค็ม

    • กระเทียมกลีบเล็ก 3-5 กลีบ
    • พริกขี้หนู ปริมาณตามชอบ
    • ถั่วฝักยาว 1 ฝัก
    • กุ้งแห้งอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
    • มะเขือเทศสีดา 2 ลูก
    • น้ำปลา (ปรุงรส)
    • น้ำตาลปี๊บ (ปรุงรส)
    • น้ำมะขามเปียก (ปรุงรส)
    • น้ำมะนาว (ปรุงรส)
    • มะละกอสับ
    • แครอตสับ
    • ไข่เค็มผ่าครึ่ง 1 ฟอง
    • ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ ส้มตำไข่เค็ม

    1. โขลกกระเทียม และพริกขี้หนูเข้าด้วยกันพอหยาบ หักถั่วฝักยาวใส่ลงไป ตามด้วยมะเขือเทศหั่นเป็นชิ้น ๆ และกุ้งแห้งลงไปโขลกเบา ๆ พอให้เข้ากัน
    2. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก และน้ำมะนาว โขลกให้น้ำตาลปี๊บละลาย ชิมรสตามชอบ
    3. สุดท้ายใส่มะละกอ และแครอตลงไปตำผสมเบา ๆ ให้เข้ากัน ใส่ไข่เค็มลงไป ใช้ทัพพีเคล้าผสมเบา ๆ ชิมรสอีกครั้ง ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ   บาคาร่า

  • สูตรส้มตำไทยไข่เค็ม

    สูตรส้มตำไทยไข่เค็ม สูตรอาหารอีสาน รสเด็ดแซ่บนัว

    สูตรส้มตำไทยไข่เค็ม สูตรอาหารอีสาน

    สูตรส้มตำไทยไข่เค็ม เปิดประเดิม อาหารอีสานด้วยเมนูส้มตำ กันก่อนเลยดีกว่า เพราะนึกถึงอาหารอีสานทีไรก็ต้องส้มตำเป็นอันดับแรก แต่จานนี้ขอเสิร์ฟเป็นส้มตำไทยไข่เค็ม เผื่อว่าคนที่ไม่กินปลาร้า หรือไม่กินปู ก็สามารถแซ่บนัวไปด้วยกันได้

    หมายเหตุ : ส้มตำไทยใส่ไข่เค็ม (1 ฟอง) 1 จาน ให้พลังงานโดยประมาณ 130 กิโลแคลอรี่

    ส่วนผสม ส้มตำไข่เค็ม

    • กระเทียมกลีบเล็ก 3-5 กลีบ
    • พริกขี้หนู ปริมาณตามชอบ
    • ถั่วฟักยาว 1 ฝัก
    • กุ้งแห้งอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
    • มะเขือเทศสีดา 2 ลูก
    • น้ำปลา (ปรุงรส)
    • น้ำตาลปี๊บ (ปรุงรส)
    • น้ำมะขามเปียก (ปรุงรส)
    • น้ำมะนาว (ปรุงรส)
    • มะละกอสับ
    • แครอทสับ
    • ไข่เค็มผ่าครึ่ง 1 ฟอง
    • ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

    วิเคราะห์บอล

    วิธีทำ ส้มตำไข่เค็ม

    1. โขลกกระเทียม และพริกขี้หนูเข้าด้วยกันพอหยาบ หักถั่วฝักยาวใส่ลงไป ตามด้วยมะเขือเทศหั่นเป็นชิ้น ๆ และกุ้งแห้งลงไปโขลกเบา ๆ พอให้ให้เข้ากัน
    2. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก และน้ำมะนาว โขลกให้น้ำตาลปี๊บละลาย ชิมรสตามชอบ
    3. สุดท้ายใส่มะละกอ และแครอทลงไปตำผสมเบา ๆ ให้เข้ากัน ใส่ไข่เค็มลงไป ใช้ทัพพีเคล้าผสมเบา ๆ ชิมรสอีกครั้ง ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ…

  • ส้มตำกระท้อน

    ส้มตำกระท้อน เมนูกระท้อน เสกอาหารไทยทั้งคาวหวานจากผลไม้เนื้อปุกปุย

    ส้มตำกระท้อน เมนูกระท้อน

    ส้มตำกระท้อน แค่เห็นก็เข็ดฟัน แต่ก็ขอชิมสักหน่อย ขอนำเสนอเมนูส้มตำ ใส่ปูเค็มเพิ่มความกลมกล่อม เติมถั่วฝักยาวกับมะเขือเทศ โรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์เพิ่มความกรุบกรอบ

    ส่วนผสม 

    • กระท้อนสับ 1 ลูก
    • ปูเค็ม หรือปูจืด
    • กระเทียมปอกเปลือก 2-3 กลีบ
    • พริกขี้หนู (ตามชอบ)
    • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
    • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา (หรือน้ำปลาดี ๆ 1/2 ช้อนชา)
    • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
    • ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ฝัก
    • มะเขือเทศเชอร์รี (ผ่าครึ่ง) 5-10 ลูก
    • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ (สำหรับโรยหน้า)

    วิธีทำส้มตำกระท้อนกุ้งสด

    1. โขลกกระเทียมกับพริกขี้หนูพอละเอียด ใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และน้ำมะนาวลงไปตำให้พอเข้ากัน
    2. ใส่ปูเค็ม ถั่วฝักยาว และมะเขือเทศเชอร์รี โขลก เคล้าเบา ๆ ให้เข้ากัน
    3. ตักใส่ภาชนะสำหรับเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com