Category: อาหารผลไม้ภาคกลาง

  • สูตรหมูหวาน

    สูตรหมูหวาน อาหารไทยเลิศรส อร่อยน้ำ (ย่อย) เดิน

    สูตรหมูหวาน อาหารไทยเลิศรส

    สูตรหมูหวาน เป็นอีกหนึ่ง อาหารไทย ๆ ที่มีคนนิยมกินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่กินเผ็ดก็มักจะต้องมีหมูหวานจานนี้แหละเป็นเพื่อนคู่กาย โดยเฉพาะใครที่ชอบกินข้าวคลุกกะปิจะขาดหมูหวานไปไม่ได้เลย แต่… ถ้าใครไม่สนิทใจกับกลิ่นของข้าวคลุกกะปิเอาเสียเลย แต่ปากเจ้ากรรมดันปลื้มรสชาติของหมูหวานเกินจะทน วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำสูตรวิธีทำหมูหวานมาฝาก เป็นสูตรหมูหวานสามชั้น หรือจะหมูสามชั้นหวานก็แล้วแต่สะดวกจะเรียก ทำเก็บไว้กินเล่นก็ได้ กินอิ่มก็ดี กินเอาอ้วนก็แน่นอน กินไม่หมดเก็บใส่กล่องแช่ตู้เย็นเอาไว้อ้วนในภายภาคหน้าก็ไม่ว่ากัน

    ส่วนผสม หมูหวาน

    • เนื้อหมูสามชั้น (ส่วนหน้าอก) 1 กก.
    • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำเปล่า
    • น้ำมันปาล์ม (สำหรับทอด)

    วิธีทำ หมูหวาน
    • นำหมูสามชั้นมาแล่เอาหนังหมูออก (เคล็ดลับ : เพื่อให้หมูหวานไม่แข็งและเหนียวจนเคี้ยวยากเกินไป)
    • หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้น ๆ หนาประมาณ 1-2 นิ้ว
    • ทอดเนื้อหมูสามชั้นที่หั่นไว้ด้วยไฟแรงจนสุกเหลือง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
    • ใส่น้ำมันปาล์มลงในกระทะอีกใบ (หรือกระทะเดิมแล้วเทน้ำมันเก่าทิ้ง) นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ ใส่เนื้อหมูที่ทอดไว้ลงไป
    • ตามด้วยน้ำตาลทรายและน้ำปลา คนผสมไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลทรายละลาย (เคล็ดลับ : ขณะเคี่ยวให้พรมน้ำเปล่าลงไปในกระทะเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อหมูนิ่มและไม่แข็งกระด้าง)
    • พอน้ำตาลทรายละลายแล้วใส่น้ำตาลปี๊บลงไป คนผสมจนน้ำตาลปี๊บละลายและซึมเข้าเนื้อหมู
    • ปิดไฟแล้วคนผสมอีกครั้งให้ส่วนผสมน้ำตาลเคลือบชิ้นหมู และพักทิ้งไว้สักครู่ให้ส่วนผสมเซตตัวดี
    • ตักหมูหวานใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

    แจ่บ ๆ เห็นหมูหวานแบบนี้แล้วน้ำ (ย่อย) เดิน ส่วนผสมก็ไม่เยอะ สงสัยได้ฤกษ์หยิบกระทะใบใหม่มาใช้งานสักทีแล้วล่ะ

    วิเตราะบอล

  • สูตรไก่ย่างซอสมะม่วง

    สูตรไก่ย่างซอสมะม่วง สูตรอาหารคาวจากผลไม้ เสกเมนูอร่อยเอาใจคนรักผลไม้

    สูตรไก่ย่างซอสมะม่วง สูตรอาหารคาวจากผลไม้

    สูตรไก่ย่างซอสมะม่วง ไก่ย่างรสจืดชืดไปหน่อย ลองมาราดซอสมะม่วงเก๋ ๆ กันดีไหม ขอนำเสนอเมนูไก่ย่างซอสมะม่วง จับไก่หมักกับซอสสเต๊กและเครื่องปรุงแล้วนำไปย่างจนสุก สุดท้ายราดซอสมะม่วงรสเปรี้ยวหวาน

    ส่วนผสม ไก่ย่าง
    เนื้ออกไก่ (แล่เป็นชิ้นบาง ๆ)
    เกลือป่น
    พริกไทยป่น
    ออริกาโน่
    เนยสด
    กระเทียมปอกเปลือก สับละเอียด
    ซอสสเต๊ก

    ดูบอลออนไลน์

    ส่วนผสม ซอสมะม่วง
    เนื้อมะม่วงสุก หั่นเต๋า
    นมสด
    เกลือป่น
    มะนาว 2 กลีบ

    ส่วนผสม ซัลซ่ามะม่วง
    เนื้อมะม่วง
    ผักชีซอย
    มะเขือเทศ (เอาเม็ดออก) หั่นเต๋า
    มะนาว 2-3 กลีบ
    น้ำตาลทรายเล็กน้อย
    เกลือป่น 1 ช้อนชา
    พริกไทยดำบด

    วิธีทำไก่ย่าง
    1. แล่เนื้อไก่เป็นชิ้นบาง ๆ โรยเกลือป่น พริกไทยป่น และออริกาโน่ให้ทั่วชิ้นไก่ทั้ง 2 ด้าน
    2. ใส่เนยสด กระเทียม และซอสสเต๊กลงในภาชนะสำหรับเข้าไมโครเวฟ แล้วนำเข้าไมโครเวฟสักครู่จนเนยละลายเข้ากันดี ใส่ลงไปผสมกับไก่ที่หมักไว้ คนผสมให้เข้ากัน
    3. นำไก่ที่หมักไว้ไปย่างในกระทะจนสุก ตักใส่จาน เตรียมไว้
    4. ใส่มะม่วงสุก นมสด และเกลือป่นลงในเครื่องปั่น บีบน้ำมะนาวลงไป ปั่นส่วนผสมให้เนียนละเอียด เตรียมไว้ (กลิ่นหอมนมปนมะม่วง มีมะนาวช่วยชูรส)
    5. ผสมเนื้อมะม่วง ผักชีซอย และมะเขือเทศหั่นเต๋าลงในอ่างผสม ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลทราย เกลือป่น และพริกไทยป่น คนผสมให้เข้ากัน
    6. จัดไก่ย่างใส่จาน ราดด้วยซอสมะม่วง และซัลซ่ามะม่วง แต่งให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ…

  • สูตรยำมะม่วงปลากรอบ

    สูตรยำมะม่วงปลากรอบ สูตรอาหารคาวจากผลไม้ เสกเมนูอร่อยเอาใจคนรักผลไม้

    สูตรยำมะม่วงปลากรอบ สูตรอาหารคาวจากผลไม้

    สูตรยำมะม่วงปลากรอบ วันหยุดมาทำเมนูยำมะม่วงปลากรอบ ใส่มะม่วงขูด กุ้งแห้งป่น และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เคล้ากับน้ำยำใส่หอมแดง เติมความเผ็ดจากพริกขี้หนูสดและพริกป่น

    ส่วนผสม ยำมะม่วงปลากรอบ
    มะม่วงขูดหรือสับ 1 ลูก
    ปลากรอบ 1/2 ถ้วย
    เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด 1/4 ถ้วย
    กุ้งแห้งป่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
    พริกขี้หนูซอย 10 เม็ด
    พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 1/2 ช้อนชา
    หอมแดงซอย 2 หัว
    น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำยำมะม่วงปลากรอบ
    1. ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว และน้ำปลาลงในอ่างผสม คนผสมจนน้ำตาลละลาย
    2. เติมพริกขี้หนูแห้งคั่วป่นกับพริกขี้หนูซอยลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง
    3. ใส่มะม่วงสับ หอมแดง และกุ้งแห้งป่นลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
    4. ใส่ปลากรอบกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไป คลุกเคล้าพอเข้ากัน ตักใส่ภาชนะ

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

  • เครปซูชิผลไม้

    เครปซูชิผลไม้ เมนูขนมจากผลไม้ เสิร์ฟของหวานมีประโยชน์อร่อยควรแชร์

    เครปซูชิผลไม้ แค่เห็นภาพเครปซูชิผลไม้ก็อยากทำกินเองเลยเชียว สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน แป้งเครปโกโก้สีดำห่อไส้ผลไม้สด หั่นเป็นชิ้นคล้ายซูชิ เอาล่ะ… คุณแม่เตรียมเข้าครัวได้เลย

    ส่วนผสม

    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 60 กรัม
    • ผงโกโก้สีดำ 1 ช้อนโต๊ะ
    • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
    • ผงวานิลลา 1/2 ช้อนชา
    • น้ำตาลทราย 25 กรัม
    • ไข่ไก่ 1 ฟอง
    • นมสด 300 กรัม
    • เนยสดชนิดเค็ม 15 กรัม
    • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
    • บัตเตอร์เค้ก (หั่นแท่งสี่เหลี่ยม)
    • กีวี (หั่นแท่งสี่เหลี่ยม)
    • สตรอว์เบอร์รี (หั่นชิ้น)
    • มะม่วงสุก (หั่นแท่งสี่เหลี่ยม)
    • วิปปิ้งครีมชนิดหวาน
    • พาร์สลีย์
    • เนยสดชนิดเค็ม (สำหรับทากระทะ)
    • กระทะเทฟลอน
    • เสื่อสำหรับม้วนข้าวญี่ปุ่น

    วิธีทำ

    1. ร่อนแป้งสาลี ผงโกโก้ ผงฟู และผงวานิลลา เข้าด้วยกันลงในอ่างผสม ใส่น้ำตาลทรายกับไข่ไก่ คนพอเข้ากัน พักไว้
    2. ต้มนมสดกับเนยสด คนพอละลาย ยกลง ใส่น้ำมันพืช คนให้เข้ากัน พอส่วนผสมเย็นเทใส่ในส่วนผสมแป้ง คนจนเข้ากันดี นำเข้าแช่เย็นประมาณ 30 นาที
    3. ตั้งกระทะเทฟลอนใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน ทาเนยสดบาง ๆ พอทั่ว ตักแป้งเครปลงในกระทะ กลอกแป้งให้เป็นแผ่นบาง ทอดจนแป้งสุก คว่ำออกจากกระทะ พักไว้ให้เย็นสนิท
    4. วางแป้งเครปลงบนภาชนะเรียบ ปาดครีมลงไป วางบัตเตอร์เค้ก มะม่วง กีวี และสตรอว์เบอร์รีด้านใดด้านหนึ่ง แล้วม้วนให้เป็นแท่งกลม
    5. วางลงบนเสื่อแล้วกดขนมให้เป็นทรงแท่งสี่เหลี่ยม นำเข้าแช่เย็นจนเซตตัว ตัดเป็นชิ้น แต่งด้วยวิปปิ้งครีมและพาร์สลีย์ จัดเสิร์ฟ

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

  • สูตรยำมะม่วงปูม้า

    สูตรยำมะม่วงปูม้า กับแกล้มน้ำลายแตกซ่าน แซ่บที่สุดๆ

    สูตรยำมะม่วงปูม้า แค่นึกก็น้ำลายสอ

    สูตรยำมะม่วงปูม้า เติมความแซ่บยิ่งขึ้นด้วยน้ำยำรสเด็ด เผ็ด แซ่บ ถึงใจ เตรียมสอยมะม่วงสับรอกันได้ แล้วทำตามสูตรด้านล่างนี้เลยค่ะ

    ส่วนผสม

    น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
    น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
    น้ำเชื่อม 1 ช้อนโต๊ะ
    มะม่วงเปรี้ยวสับ 1 ลูก
    พริกขี้หนูซอย ตามชอบ
    หอมแดงซอย
    ปูม้าแช่น้ำปลา 2 ตัว
    คื่นช่าย
    มะม่วงหิมพานต์
    วิธีทำ

    1.ผสมน้ำปลากับน้ำมะนาวในชามผสม เติมน้ำเชื่อมลงไปเล็กน้อย
    2.ใส่มะม่วงสับลงไป ตามด้วยพริกขี้หนูซอย หอมแดงซอย คลุกให้เข้ากัน
    3.แกะกระดองปู แล้วสับให้เป็นชิ้น ใส่ลงไปในชามผสมเลยค่ะ
    4.ใส่คื่นช่าย และมะม่วงหิมพานต์ คลุกเบาๆ ให้น้ำปรุงเข้าเนื้อปู เสร็จแล้วตักใส่จานเสิร์ฟได้เลย

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://food.mthai.com

  • สูตรพิซซ่าแตงโม

    สูตรพิซซ่าแตงโม เมนูขนมจากผลไม้ เสิร์ฟของหวานมีประโยชน์อร่อยควรแชร์

    สูตรพิซซ่าแตงโม แม้แตงโมจะมี รสชาติหวานฉ่ำ

    สูตรพิซซ่าแตงโม และกินง่ายสุดในบรรดาผลไม้ แต่เชื่อเถอะต้องมีเด็กร้องอี๋แน่นอน ลองแปลงร่างเป็นขนมสักมื้อสิคะ ขอนำเสนอเมนูพิซซ่าแตงโม สูตรจาก เฟซบุ๊ก Rin Silpachai (#rinscookbook) หั่นแตงโมเป็นสามเหลี่ยม โรยหน้าด้วยผลไม้สด ตบท้ายราดซอสตามชอบ

    ส่วนผสม พิซซ่าแตงโม

    • แตงโม 1 ลูก
    • น้ำผึ้ง (สำหรับทาแตงโมเพื่อให้ผลไม้ยึดติดกับเนื้อแตงโม)
    • ผลไม้สด เช่น ลูกพีช, กีวี, บลูเบอร์รี, ราสป์เบอร์รี, สตรอว์เบอร์รี (ตามชอบ) **ควรเลือกผลไม้หลาย ๆ สีเพื่อความสวยงาม**
    • มะพร้าวขูดฝอย (ใช้แทนชีส)
    • ซอสต่าง ๆ เช่น นมข้นหวาน, ซอสช็อกโกแลต, ซอสสตรอว์เบอร์รี, น้ำผึ้ง (หรืออื่น ๆ ตามชอบ)

    หมายเหตุ : ส่วนผสมทั้งหมดสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ

    วิธีทำพิซซ่าแตงโม

    1. ผ่าครึ่งแตงโมแล้วสไลซ์ตามแนวให้เป็นแว่น ๆ หนาประมาณ 1-1 + 1/2 นิ้ว
    2. ตัดแบ่งแตงโมออกเป็นชิ้นสามเหลี่ยมจำนวน 8 ชิ้น (เหมือนพิซซ่า)
    3. ราดน้ำผึ้งหรือซอสอื่น ๆ ตามชอบ แล้วทาให้ทั่วผิวแตงโม
    4. โรยมะพร้าวขูดลงไปให้ทั่ว (ให้คล้าย ๆ กับการโรยชีส) ตามด้วยผลไม้สดที่เราเตรียมไว้ แต่งให้สวยงามตามชอบ
    5. นำไปแช่ตู้เย็น ก่อนเสิร์ฟราดด้วยซอสที่ชอบ

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

  • สูตรปลานิลลุยสวน

    สูตรปลานิลลุยสวน อาหารไทย เมนูปลา ยำอร่อยๆพร้อมด้วยสมุนไพร

    สูตรปลานิลลุยสวน คือ อาหารไทย เมนูปลา เมนูยำ วิธีทำปลานิลลุยสวน ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ เมนูปลานิล ทานคู่กับเครื่องสมุนไพร และ น้ำยำรสเด็ด เคล็ดลับการทำปลานิลลุยสวน ทำอย่างไร ปลานิลทำอะไรกินได้บ้าง

    อาหารไทย เมนูอาหาร ยอดนิยม สำหรับวันนี้ขอนำเสนอ อาหารพื้นบ้าน จากปลานิล ปลาพระราชทาน สูตรอาหาร เมนูปลานิลทอด ปลานิลลุยสวน เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้ คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ วิธีการปรุงรสชาติ ให้อร่อย สูตรปลานิลลุยสวน ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจ ง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูยำ

    ส่วนผสมสำหรับทำปลานิลลุยสวน

    -ปลานิล 1 ตัว
    -พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด นำซอย
    -น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำตาลปัี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
    -ผักชีฝรั่ง 1 ต้นนำซอย
    -ขิงอ่อน 3 ช้อนโต้ะ นำมาซอยเป็นเส้น
    -ผักชี 1 ต้น ซอย
    -ใบสาระแหน่ 4 – 5 ใบ
    -ตะไคร้ 1 ต้น นำมาซอยเล็กๆ
    -หอมหัวแดง 2 หัว นำมาซอย
    -มะนาว 1 ลูก นำมาหั่นเต๋า
    -ถั่วลิงสงคั่ว 2 ช้อนโต้ะ
    -น้ำมันพืชสำหรับทอดปลา
    -น้ำพริกเผา 1 ช้อนชา
    -แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต้ะ
    -พริกแห้งทอด
    -ผักต่างๆที่ทานคู่กับปลาช่อนทอดตามใจชอย เช่น ผัดกาดขาว ผักชีฝรั่ง ต้นหอม ผักชีฝรั่ง

    วิธีทำปลานิลลุยสวน

    1.เริ่มจากล้างปลาให้สะอาด ขอดเกร็ด จากนั้นนำปลามาแล่ เอาเฉพาะ เนื้อปลานิล
    2.นำเนื้อปลามาชุปแป้งข้าวโพด จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน โดยใช้ไฟปานกลาง นำเนื้อปลานิลลงไปทอด ให้เหลืองกรอบ จากนั้นนำมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
    3.เตรียมน้ำยำ โดยผสม พริกขี้หนูสวน น้ำมะนาว น้ำพริกเผา น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ผสมให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
    4.ใส่ ตะไคร้ซอย เนื้อมะนาวหั่น พริกแห้งทอด ขิงอ่อน ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่ง ผสมคลุกเคล้ากับน้ำยำ
    5.เตรียมจาน วางปลานิลทอดลงบนจาน ราดด้วยน้ำยำและเครื่องเคียงที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ โรยถั่วลิสงคั่ว เพียงเท่านี้ก็เสร็จ พร้อมรับประทาน
    เคล็ดลับการทำปลานิลลุยสวน

    -ปลานิล ให้เลือกปลาตัวปานกลาง ไม่ใหญ่ และ ไม่เล็กเกินไป ขนาดตัวประมาณ 5 ขีด โดยการเลือกซื้อปลานิล ที่สดๆ คือ ให้ดูที่ลักษณะของตัวปลาสมบูรณ์ เหงือกชมพูสด ตาปลาใส เนื้อแน่นตึง ไม่มีกลิ่นเน่า
    -การเตรียมเนื้อปลา ขั้นตอนที่สำคัญ คือ การล้างปลา หากล้างปลาได้สะอาด จะช่วยให้ปลาไม่คาว การล้างปลาให้สะอาด ใ้ดเอาไส้ออก ล้างเลือดและเมือกออกให้หมด ให้ใช้เกลือถูที่ตัวปลาปลา จะทำให้เมือกปลาหาย
    -เทคนิคการทอดปลา โดยไม่ให้ติดกระทะ ให้คลุกเกลือที่ผิวปลา ก่อนนำไปทอด โดยทอดในน้ำมันที่ท่วมตัวปลา
    -น้ำมัน สำหรับการทอดปลา ให้ใช้น้ำมันใหม่ โดยใช้น้ำมันที่ร้อน ระดับไฟปานกลาง จะทำให้เนื้อปลาไม่อมน้ำมัน และกรอบนอกนุ่มใน
    -มะนาว ที่ใช่ในการใส่ในน้ำยำ ให้ใช่มะนาวผิวบาง เวลากินจะง่าย
    -น้ำพริกเผา จะเพิ่มความหอม ให้น้ำยำ หากไม่ชอบสามารถเอาออกได้

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

  • ไข่ดาวลูกเขย

    ไข่ดาวลูกเขย อาหารไทย เมนูไข่ แบบง่ายๆ พร้อมวิธีทำ

    ไข่ดาวลูกเขย คือ อาหารไทย ที่มีไข่ไก่ และ ซอสสูตรพิเศษ เปรี้ยว หวาน เค็ม อร่อยๆ วิธีทำไข่ดาวลูกเขย ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ เมนูไข่ เมนูทอด ไข่ไก่ทำอะไรกินดี มะขามเปียกทำอะไรกินได้บ้าง

    อาหารไทย เมนูอาหาร สำหรับวันนี้ นำเสนอ อาหารพื้นบ้าน อร่อยๆ รสหวานอมเปรี้ยว สามารถรับประทานได้ทุกชนชาติ ทุกศาสนา คือ ไข่ดาวลูกเขย เคล็ดลับความอร่อยของไข่ดาวลูกเขย คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ

    สูตรไข่ดาวลูกเขย ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูไข่

    ส่วนผสม

    -ไข่ไก่ 2 ฟอง
    -พริกแห้ง 4-5 เม็ด
    -หอมเจียว 2 ช้อนโต้ะ
    -ผักชีซอย 1 ช้อนโต้ะ
    -น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต้ะ
    -น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต้ะ
    -น้ำปลา 3 ช้อนโต้ะ
    -หอมแดง 3 หัว บุบพอแตก
    -รากผักชี 1 ราก บุบพอแตก
    -น้ำมัน สำหรับทอดไข่

    วิธีทำไข่ดาวลูกเขย

    -ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน โดยให้น้ำมันมากหน่อยให้ท่วมไข่ น้ำมันร้อน ไฟอ่อน นำไข่ไก่ลงไปทอด ให้กรอบ
    -ทอดไข่ดาว 2 ฟอง จากนั้นมาพักใส่จานเอาไว้ก่อน
    -นำพริกแห้งไปทอด ให้กรอบ และ นำมาใส่จานไข่ดาว
    -ตั้งกระทะ ใส่ มะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลา หอมแดง และ รากผักชี ลงไปคั่ว ให้ส่วนผสมละลายเข้ากันและส่งกลิ่นหอมของหอมแดงและรากผักชี
    -หากน้ำซอสแห้งเกินไป ให้เติมน้ำเปล่าลงไป เคี้ยวให้ซอสเหนียว ชิมรส ให้ได้ เปรี้ยว หวาน และ เค็มนิดหน่อบ
    -จัดหน้าจานไข่ดาวให้สวยงาม ราดน้ำซอส และ โรยหน้าด้วยผักชีและหอมเจียว

    เคล็ดลับการทำไข่ดาวลูกเขย

    -ไข่ไก่ ให้เลือกใช้ไข่ไก่ที่สดใหม่ โดยเวลาจะนำไข่ไปทอด ให้ตอกไข่ใส่ถ้วยสำหรับเตรียมอาหาร ก่อน จะทำให้ได้ไข่ที่สวยงาม
    -น้ำมัน สำหรับทอดไข่ ให้ใช้น้ำมันใหม่ ปริมาณน้ำมันมากหน่อย และ ใช้น้ำมันร้อน ส่วนไฟอ่อนถึงปานกลาง
    -หอมเจียว ให้เลือกใช้หอมแดงที่เจียวแบบใหม่ๆ จะได้หอมเจียวที่หอม และ กรอบอร่อย
    -ความเปรี้ยว ของเมนูนี้ ให้ใช้น้ำมะขามเปี๊ยก ซึ่งความเปรี้ยวของมะขามเปียกจะมีรสเปรี้ยวอมหวาน น่ารับประทานมากกว่า น้ำส้มสายชู หรือ มะนาว
    -ไข่ดาว ต้องทอดให้กรอบ จึงจะน่ารับประทาน
    พริกแห้ง นำมาทอดให้กรอบหอม โดยการทอดสังเกตุว่าพริกเปลี่ยนสีก็ สามารถนำมารับประทานได้

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

  • สรรพคุณส้มโอ เป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    สรรพคุณส้มโอ จัดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์หลากหลายและยังมีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคต่าง ๆ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมาก และยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิด โดยส่วนที่จะนำมาใช้ประโยชน์ก็มีหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นผล เปลือก ใบ และเมล็ด ก็ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปลือกและผลซึ่งเป็นส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์มากที่สุด

    ประโยชน์ของส้มโอ

    1.รับประทานส้มโอช่วยขับสารพิษในร่างกายได้ (ผล)
    2.มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง (ผล)
    3.ในตำราจีนเปลือกส้มโอใช้เป็นยาแก้ธาตุไม่ปกติ ช่วยแก้อาการไอ ผสมในยาหอมกินแล้วทำให้สดชื่น (เปลือก)
    4.ในตำราคาไทย เปลือกส้มโอจัดอยู่ในเปลือกส้มทั้ง 8 ประการ ซึ่งประกอบไปด้วย เปลือกส้มโอ เปลือกส้มเขียวหวาน เปลือกส้มจีน เปลือกส้มซ่า เปลือกส้มตรังกานู เปลือกมะนาว เปลือกมะกรูด เปลือกมะงั่น ซึ่งมีสรรพคุณแก้ลม (ระบบไหลเวียนโลหิต) แก้เสมหะ และใช้ปรุงเป็นยาหอม (เปลือก)
    5.มีความเชื่อว่าสตรีที่ยังไม่ได้แต่งงานจะนำส้มโอมาทาหน้า เพราะเชื่อว่าจะช่วยทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง สดใส (ผล)
    6.เชื่อว่าการรับประทานส้มโอจะช่วยทำให้ตาสดใสและเป็นประกาย (ผล)
    7.ช่วยให้เจริญอาหาร เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่เบื่ออาหาร ปากไม่รู้รสอาหาร (ผล)
    8.ส้มโอมีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน (ผล)
    9.ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ด้วยการนำใบมาตำแล้วพอกบริเวณศีรษะ (ใบ)
    10.ช่วยแก้อาการเมาสุรา (ผล)
    11.เปลือกส้มโอเป็นส่วนประกอบของยาหอมสมุนไพร ซึ่งมีส่วนช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย ใจสั่น คลื่นไส้อาเจียน (เปลือก)
    12.ช่วยแก้หวัด (ราก, เมล็ด)
    13.ประโยชน์ของส้มโอช่วยแก้อาการไอ (เปลือก, ราก, เมล็ด)
    14.ช่วยขับเสมหะ (ดอก, เปลือก)
    15.สรรพคุณส้มโอแก้อาการไอมีเสมหะ ด้วยการใช้ผลสดนำเมล็ดออก แกะเป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่กับน้ำเหล้าไว้หนึ่งคืน เสร็จแล้วนำไปต้มให้เละแล้วผสมกับน้ำผึ้ง นำมากวนจนเข้ากันแล้วจิบกินบ่อย ๆ (ผล)
    16ช่วยแก้อาการแน่นหน้าอก (เปลือก)
    17.ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง (ใบ)
    18.ส้มโอ สรรพคุณช่วยแก้อาการจุกเสียด แน่นท้อง ปวดท้องน้อย (เปลือก, ราก, เมล็ด)
    19.ช่วยแก้อาการปวดท้อง ลำไส้เล็กหดตัวผิดปกติ (เมล็ด)
    20.ช่วยขับลมในลำไส้และกระเพาะอาหาร (ผล, ดอก, เปลือก)
    21.ช่วยแก้อาการปวดในกระเพาะอาหาร (ดอก)
    22.ช่วยแก้อาการปวดกระบังลม (ดอก)
    23.ใช้เป็นยาแก้อาการปวดข้อหรืออาการปวดบวม ด้วยการใช้ใบส้มโอนำมาตำแล้วเอาไปย่างไฟให้อุ่น แล้วนำมาพอกบริเวณที่ปวด (ใบ)
    24.ช่วยแก้อาการคันตามผิวหนัง ด้วยการนำเปลือกมาต้มน้ำอาบ (เปลือก)
    25.ช่วยรักษาโรคลมพิษที่ผิวหนัง ด้วยการใช้เปลือกประมาณ 1 ผล หั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วต้มกับน้ำอาบ หรือทาในบริเวณที่เป็นลมพิษ (เปลือก)
    26.ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับผิวหนังอื่น ๆ ด้วยการใช้เปลือกมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำมาต้มกับน้ำจนมันงวด แล้วเอาน้ำที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นโรคผิวหนัง (เปลือก)
    27.เปลือกใช้ตำแล้วนำมาพอกเพื่อรักษาฝี (เปลือก)
    28.เปลือกมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อรา เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย ช่วยลดการอักเสบ และยังช่วยฆ่าแมลง ฆ่าเห็บวัว เป็นต้น
    29.ช่วยแก้อาการไส้เลื่อน (เปลือก, เมล็ด, ราก)
    30.เรานิยมรับประทานส้มโอเป็นผลไม้สด ทำเป็นน้ำผลไม้ หรือจะนำไปประกอบอาหารก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ยำ เมี่ยง ส้มตำ ข้าวยำ หรือของหวานเป็นต้น (ผล)
    31.เปลือกนอกสีขาวนำไปแปรรูปทำเป็นส้มโอสามรส ส้มโอแช่อิ่มได้ (เปลือก)
    32.ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางบางชนิด

    คุณค่าทางโภชนาการของส้มโอต่อ 100 กรัม
    -พลังงาน 38 กิโลแคลอรี
    -คาร์โบไฮเดรต 9.62 กรัม
    -เส้นใย 1 กรัม
    -ไขมัน 0.04 กรัม
    -โปรตีน 0.76 กรัม
    -วิตามินบี 1 0.034 มิลลิกรัม 3%
    -วิตามินบี 2 0.027 มิลลิกรัม 2%
    -วิตามินบี 3 0.22 มิลลิกรัม 1%
    -วิตามินบี 6 0.036 มิลลิกรัม 3%
    -วิตามินซี 61 มิลลิกรัม 73%
    -ธาตุแคลเซียม 4 มิลลิกรัม 0%
    -ธาตุเหล็ก 0.11 มิลลิกรัม 1%
    -ธาตุแมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม 2
    -ธาตุแมงกานีส 0.017 มิลลิกรัม 1%
    -ธาตุฟอสฟอรัส 17 มิลลิกรัม 2%
    -ธาตุโพแทสเซียม 216 มิลลิกรัม 5%
    -ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%
    -ธาตุสังกะสี 0.08 มิลลิกรัม 1%
    % ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

    วิธีการปอกส้มโอ

    โดยปกติแล้ววิธีปอกส้มโอนั้น เรามักจะใช้มีดกรีดจากขั้วลงมา 6 ส่วน แล้วจึงลอกเปลือกออก วิธีนี้อาจจะทำให้เลอะมือได้ หรือบางส่วนของเนื้อจะไปติดกับน้ำมันของเปลือกที่ติดอยู่กับมือ ทำให้มีกลิ่นเหม็นและเสียรสชาติได้ ดังนั้นมาดูวิธีปอกส้มโออย่างถูกต้องกันดีกว่า

    1.ใช้มีดปอกส่วนของเปลือกที่เป็นสีเขียวออกให้หมดก่อน
    2.ลอกเปลือกสีขาว ซึ่งจะลอกออกได้ง่ายและไม่มีกลิ่นน้ำมันที่ผิวเปลือกติดมาด้วย
    3.เมื่อเหลือแต่เปลือกหุ้มกลีบ ให้ลอกเอาเปลือกหุ้มออกทีละกลีบเป็นอันเสร็จ ก็จะได้เนื้อที่เป็นกลีบสวยงามและไม่เสียรสชาติ

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com

  • มะเฟืองไทย

    มะเฟืองไทย ที่คุณอาจไม่ทราบ ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวที่หลายคนชื่นชอบ

    มะเฟืองไทย อันตรายจาก “มะเฟือง”
    เนื่องจากมะเฟืองมีกรดออกซาลิกสูงพอสมควร ดังนั้นจึงอาจส่งผลต่อผู้ป่วยโรคไต หรือกำลังรับการฟอกไตอยู่ เพราะอาจทำให้อาการของโรคไตหนักขึ้นกว่าเดิม และการรับสารออกซาลิกเข้าไปในร่างกายเป็นจำนวนมาก อาจเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ หรือไตวายเฉียบพลันได้

    ผู้ที่อยู่ในภาวะขาดน้ำเนื่องจากอาการท้องเสีย ท้องร่วง ทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหนักจนสูญเสียเหงื่อในปริมาณมาก หากรับประทานมะเฟือง หรือดื่มน้ำมะเฟืองในปริมาณมาก จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคไตวายเฉียบพลันได้เช่นกัน

    นอกจากนี้ ใครที่กำลังทานยาลดไขมัน หรือยาลดความเครียดอยู่ ไม่ควรทานมะเฟืองเช่นกัน เพราะมะเฟืองจะเข้าไปต่อต้านการทำงานของยาเหล่านั้น

    มะเฟืองเปรี้ยว VS มะเฟืองหวาน
    ในมะเฟืองเปรี้ยวจะมีกรดออกซาลิกสูงกว่าในมะเฟืองหวาน ดังนั้นมะเฟืองเปรี้ยวอาจส่งกระทบต่อการทำงานของไตได้มากกว่ามะเฟืองหวานนั่นเอง

    ถึงแม้ว่ามะเฟืองจะแอบซ่อนอันตรายเอาไว้อยู่บ้าง แต่หากทานมะเฟืองในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป คุณก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับรสชาติอร่อยสดชื่นของมะเฟืองได้เหมือนเดิมค่ะ อะไรที่มากเกินไป ย่อมไม่ดีต่อร่างกายแน่นอน ไม่ใช่เฉพาะกับมะเฟืองเท่านั้น หากทานอย่างมีสติ รับรองว่าให้ประโยชน์มากมายแก่ร่างกายได้แน่นอน

    ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com